ง่วงนอนตลอดเวลา…เสี่ยงโรค?

 

 

เชื่อว่าหนุ่มสาวออฟฟิศหลายคนคงมีอาการง่วงเหงาหาวนอนระหว่างทำงานอยู่บ่อยๆ ยิ่งตอนกลางวันหลังกินข้าวอิ่มๆ ยิ่งแล้วใหญ่ แต่หากพบว่าตัวเองเป็นเช่นนี้บ่อยจนเกินไปก็อย่าชะล่าใจ เพราะอาการง่วงนอนตลอดเวลาหรือรู้สึกเพลีย ไม่มีเรี่ยวแรงทั้งวันอาจบอกเป็นนัยๆ ว่าตัวคุณมีโรคซ่อนอยู่ก็เป็นได้ ส่วนจะมีโรคอะไรบ้างก็ลองอ่านข้อมูลด้านล่างกันได้เลย เพื่อจะได้หาวิธีป้องกันไว้ตั้งแต่เนิ่น เพราะบางโรคหากปล่อยไว้นานอาจร้ายแรงเกินกว่าจะควบคุมได้

  • เบาหวาน

หากมีอาการเหนื่อยง่าย ปัสสาวะบ่อยกว่าปกติ หิวน้ำบ่อย กินจุบจิบแต่น้ำหนักลดฮวบ ชาที่ปลายมือและเท้า หรือเวลาเป็นแผนมักจะหายช้าร่วมด้วย ก็ถือว่าค่อนข้างเสี่ยงที่คุณอาจจะเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ซึ่งพบมากที่สุดในจำนวนผู้ป่วยเบาหวานทั้งหมดได้

  • ไทรอยด์

ความผิดปกติของต่อมไทรอยด์ หรือภาวะฮอร์โมนเป็นพิษอาจทำให้ผู้ป่วยมีร่างกายอ่อนเพลีย อยากนอนตลอดทั้งวันจนดูผิดปกติได้ ยิ่งถ้ามีอาการเสี่ยงอย่างอื่นด้วยแล้ว เช่น น้ำหนักเพิ่มหรือลดอย่างผิดปกติ แขนขาไม่ค่อยมีแรง ก็ควรไปพบแพทย์โดยด่วน เพื่อเช็คอาการว่าตัวเองเป็นโรคไทรอยด์หรือไม่

  • โลหิตจาง

ภาวะโลหิตจางแสดงให้เห็นว่าระบบไหลเวียนของเลือดในร่างกายเราทำงานผิดปกติไม่สมบูรณ์ ซึ่งรวมถึงสาวๆ ที่ประจำเดือนมามากผิดปกติอาจทำให้รู้สึกอ่อนเพลีย ง่วงนอนง่ายกว่าปกติ สำหรับใครที่เข้าข่ายมีอาการตามนี้ก็แนะนำให้ทานวิตามินเสริมธาตุเหล็กเยอะๆ แต่ถ้าอาการไม่ดีขึ้นก็ควรไปพบแพทย์จะดีที่สุด

  •  โรคเครียด

เมื่อใดที่เรารู้สึกเครียดมากๆ จะทำให้ระบบฮอร์โมนและกลไกอื่นๆ ในร่างกายทำงานผิดเพี้ยนไป อาจทำให้นอนไม่หลับเรื้อรังและอ่อนเพลีย จนบางครั้งต้องหันไปพึ่งยานอนหลับเพื่อให้ร่างกายได้พักผ่อนเต็มอิ่ม นอกจากนี้ ยังอาจมีอาการท้องอืดท้องเฟ้อ อาหารไม่ย่อย ประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอ หากอาการร้ายแรงขึ้นกว่านี้ก็อาจเป็นหวัดและท้องเสียง่าย จนบางครั้งส่งผลให้เกิดโรคเรื้อรังอย่าง โรคหัวใจและหลอดเลือดได้เหมือนกัน

  • อ่อนเพลียเรื้อรัง

หลายคนอาจยังไม่ทราบว่านี่ถือเป็นโรคชนิดหนึ่ง ได้แก่ คนที่มีอาการเหล่านี้โดยไม่ทราบสาเหตุมาเป็นระยะเวลานาน เช่น อ่อนเพลีย ไม่มีแรงเรื้อรัง เหนื่อยง่าย ปวดเมื่อตามตัว นอนไม่ค่อยหลับ รู้สึกไม่สดชื่นแม้จะได้นอนเต็มอิ่ม

หากเพื่อนๆ คนไหนพบว่าตัวเองมีอาการเสี่ยงตามข้อมูลที่เรานำมาฝากด้านบน ก็ควรหันมาดูแลตัวเอง รักษาสุขด้วยการทานอาหารดีๆ มีประโยชน์ หมั่นออกกำลังกาย และหากอาการยังไม่ดีขึ้นก็ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจเช็คร่างกายและหาวิธีรักษาจะดีที่สุด

 

ขอบคุณที่มา kapook.com